
หลายคนน่าจะได้เห็นวิดีโอจุดประกายแรงบันดาลใจที่มี Tyler, the Creator, Billie Eilish, Charli xcx, Vince Staples, Lil Yachty และอีกหลายๆ คนในแคมเปญ “Love, Chuck” ซึ่งเป็นเหมือนจดหมายบอกรักจาก Chuck Taylor รองเท้ารุ่นคลาสสิกของ Converse ที่เป็นคู่โปรดของหลายๆ คน ที่ตอกย้ำพลังสร้างสรรค์ให้คนมีไฟเหล่านี้ได้เริ่มต้นลงมือทำตามความฝันแบบไม่ต้องฟังเสียงใคร ซึ่งแคมเปญนี้ก็ไม่ได้มีแค่ฝรั่งอเมริกา แต่ยังส่งไม้ต่อให้กับศิลปินทั่วโลกที่กล้าทำอะไรนอกกรอบในแบบตัวเอง อย่างบ้านเราก็ได้ตัวแทนศิลปินรุ่นใหม่ 3 สไตล์ทั้ง Dept, Jarvis และ Wadfah มาถ่ายทอดตัวตนของพวกเขาผ่านแง่มุมต่างๆ โดยที่มี Chuck Taylor อยู่ในเส้นทางการทำตามความฝันของพวกเขาไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่งอยู่เสมอ และตอนนี้ก็มีวิดีโอสั้นๆ ของพวกเขาออกมาให้รับชมกันแล้ว
เราต่างคุ้นเคยกับ Dept มาสักระยะเลยทีเดียว เลยทำให้ได้เห็นการเติบโตจากอัลบั้ม “Ceramics Runway” (2022) และ “Hey Mom, Did You See Me In The Newspaper?” (2023) ที่เราค่อยๆ ได้สัมผัสถึงการเติบโตผ่านซาวด์ซินธ์ที่ผสานเข้ากับกีตาร์แบนด์ได้อย่างมีสเน่ห์ และกล้าพูดถึงความรู้สึกที่ไม่กล้าพูดออกมาก่อนมากขึ้นในเพลง โดยเฉพาะกับเพลงล่าสุด “ชาติหน้าช้าไป” ก็ได้พิสูจน์ความสร้างสรรค์ในลูกเล่นของดนตรีและลีลาการหยิบคำมาตีความในมุมที่คิดไม่ถึง ซึ่งพาเพลงอินดี้ป๊อปไทยให้ดูน่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น
ทางด้าน Jarvis เองก็เป็นแร็ปเปอร์ที่เราเคยนำเสนอยู่บ่อยๆ กับลุคกวนๆ และเพลงที่ฟังดู “อะไรไม่รู้” แต่ก็เป็นคำจำกัดความของวัยรุ่นยุคนี้ที่ทำอะไรแบบไม่จำกัดอยู่ในกรอบเดิมๆ ได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ “น้ำแดงน้ำสม” มาจนเพลง “ผมอ่ะ…Umm” เราก็ได้เห็นความเกรียนและความสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ และเขาก็ได้กลายเป็นหนึ่งในศิลปินฮิปฮอปทางเลือกที่แวดวงให้การจับตา ใครยังไม่ได้ฟัง EP “ไทมุง” เราก็แนะนำให้ไปลองซะตอนนี้ บอกเลยว่าม่วนมาก
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดกับ Wadfah สาวน้อยพลังเยอะที่เราแอบเป็นแฟนเพลงของเธออยู่ห่างๆ มาโดยตลอด เพราะได้นำเอาเสน่ห์ของเพลงร็อกที่เราโตมาด้วยกันจากยุค 90s-2000s มาเล่าเรื่องราวแบบที่หลายๆ คนสมัยเป็นวัยรุ่นก็คงรู้สึกได้แบบจริงใจตรงไปตรงมา (ตอนนั้นเคยดูเธอเล่นสดก็หยิบเพลง “เธอคือความฝัน” ของวงพราวมาเล่น ยังทำให้เราแอบใจชื้นว่า เออ ยังมีเด็กสมัยนี้ที่ฟังเพลงแบบที่เราชอบอยู่บ้างเนาะ) แล้วก็ไม่กลัวที่จะแสดงออกความเป็นตัวเองออกมาผ่านทั้งเพลงและบนเวที และหลังจากอัลบั้ม “Orange” รสขมอมเปรี้ยวของเธอ เราเชื่อว่าจะมีอะไรมันๆ ให้เราได้ฟังกันอีกเยอะแน่นอน
รอติดตามความสนุกอีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้นในแคมเปญ “Love, Chuck” กันได้เลย

ชอบไปคอนเสิร์ตเพราะเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้ และยังชอบแนะนำวงดนตรีใหม่ ๆ ผ่านตัวอักษรตลอดเวลา